อาณาจักรสุโขทัยก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1792 โดยมีผู้นำไทยสองท่านคือ พ่อขุนบางกลางหาว และ พ่อขุนผาเมือง ได้ร่วมกันขับไล่พวกขอมออกไป
ปฐมกษัตริย์: พ่อขุนบางกลางหาว ขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า "พ่อขุนศรีอินทราทิตย์" เป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์พระร่วง
ในสมัยสุโขทัยมีการปกครองที่โดดเด่นมาก แบ่งเป็น 2 ระยะ:
ตอนต้น (พ่อปกครองลูก): กษัตริย์มีความใกล้ชิดกับประชาชนเหมือนพ่อดูแลลูก มีการแขวน "กระดิ่ง" ไว้หน้าประตูวังเพื่อให้ราษฎรที่เดือดร้อนมาสั่นเพื่อร้องทุกข์
ตอนปลาย (ธรรมราชา): กษัตริย์ทรงนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการปกครอง โดยเฉพาะในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท)
สุโขทัยเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่งและมีเสรีภาพทางธุรกิจ:
การค้าเสรี: มีคำกล่าวในศิลาจารึกว่า "ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า" และไม่มีการเก็บภาษีผ่านด่าน (จกอบ)
ตลาดปสาน: คือชื่อเรียกตลาดในสมัยสุโขทัย
เครื่องสังคโลก: เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญมาก (เครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีเขียวไข่กา)
ตระพัง: การขุดสระน้ำขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง
อักษรไทย: พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ "ลายสือไทย" ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1826 ซึ่งเป็นต้นแบบของภาษาไทยในปัจจุบัน
ศาสนา: พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท (ลัทธิลังกาวงศ์) รุ่งเรืองมาก
ศิลปกรรม: พระพุทธรูปปางลีลา ถือเป็นศิลปะที่สวยงามและอ่อนช้อยที่สุดของยุค
| พระนาม | ผลงานเด่น |
| พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ | ผู้ก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย |
| พ่อขุนรามคำแหงมหาราช | ประดิษฐ์อักษรไทย, ขยายอาณาเขตกว้างขวาง |
| พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) | นิพนธ์เรื่อง "ไตรภูมิพระร่วง", ทำนุบำรุงศาสนา |
ตัวเมืองสุโขทัยตั้งอยู่ใกล้กับ แม่น้ำยม ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญ แต่ตัวเมืองไม่ได้อยู่ติดริมแม่น้ำเสียทีเดียว เพราะในฤดูน้ำหลาก น้ำจากแม่น้ำยมมักจะท่วมไหลบ่าได้ง่าย
ประโยชน์: ดินบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์สูง เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำนาข้าว
ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองสุโขทัยเป็น ทิวเขาเขาหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่สูง แล้วค่อยๆ ลาดต่ำลงมาทางทิศตะวันออก
ภูมิปัญญาการจัดการน้ำ: เนื่องจากพื้นที่เอียงแบบนี้ ชาวสุโขทัยจึงสร้าง "ทำนบพระร่วง" (สรีดภงส์) เพื่อกักเก็บน้ำที่ไหลมาจากภูเขา แล้วทำท่อส่งน้ำเข้ามาใช้ในตัวเมืองตามความลาดชันของพื้นที่
เนื่องจากสภาพอากาศมีฤดูแล้งที่ยาวนาน และพื้นดินบางส่วนเป็นดินปนทรายที่ไม่อุ้มน้ำ ชาวสุโขทัยจึงต้องขุดสระน้ำขนาดใหญ่ไว้ทั่วเมือง เรียกว่า "ตระพัง"
ตระพังที่สำคัญ: เช่น ตระพังตระกวน, ตระพังเงิน, ตระพังทอง
ประโยชน์: ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค และช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ศาสนสถานภายในวัดต่างๆ