| เว็บไซต์: | EOS : Educational Online Service |
| รายวิชา: | การจัดการแข่งขันกีฬา |
| Book: | ความหมาย ปรัชญา และอุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬา |
| Printed by: | Guest user |
| Date: | วันพุธ, 8 เมษายน 2026, 5:51AM |
การแข่งขัน (Competition) หมายถึง “การต่อสู้ระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกัน” เมื่อไหร่ก็ตามถ้าคนเรามีเป้าหมาย อย่างเดียวกันแล้ว การแข่งขันจะเกิดขึ้นทันที ในการกีฬาก็เช่นเดียวกัน นักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันต่างก็มีเป้าหมายอย่างเดียวกันคือชัยชนะ การให้ความหมายของการแข่งขันที่กล่าว มานี้เป็นการให้ความหมายของการแข่งขันในเชิงพฤติกรรม ซึ่งเซิร์ท (Church. 1968) ได้กล่าวไว้ว่า การให้ความหมายของคำบางคำทางด้านสังคมวิทยาออกมาในเชิงพฤติกรรมจะ ไม่สื่อความหมายเท่าที่ควร โดยเฉพาะคำว่า “การแข่งขัน ควรให้ความหมายออกมาในรูปของสถานการณ์ทางสังคม ซึ่งการให้ความหมายในลักษณะของการแข่งขันจำเป็นต้อง กล่าวถึง ความร่วมมือ (Cooperation) ควบคู่กันไปด้วยจึงจะทำให้เกิดความเข้าใจดียิ่งขึ้น เชิร์ท กล่าวว่า ความร่วมมือจะเกิดขึ้นเมื่อผลประโยชน์ (Payoff) ของบุคคลจะได้มาก็ต่อเมื่อบุคคลต้องร่วมมือกัน เช่น การที่นักกีฬาในทีมเดียวกัน ร่วมมือกันเพื่อที่จะทำคะแนนเอาชนะคู่แข่งขันให้ได้ เป็นต้น สถานการณ์ การแข่งขัน หมายถึง “สถานการณ์ใด ๆ ที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แข่งขันกันเพื่อผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งที่มากกว่าหรือสมบูรณ์กว่า และความสำเร็จของ ตัวเขาเองจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปรียบเทียบพฤติกรรมของเขาเองกับคู่แข่งขัน ชนิดของการแข่งขันได้แบ่งชนิดของการแข่งขัน โดยพิจารณาจากผลที่ได้รับจากการแข่งขันเป็นสำคัญ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ลักษณะด้วยกัน คือ
1. การแข่งขันโดยตรง (Direct Competition) หมายถึง สถานการณ์การแข่งขันที่ บุคคลทำการแข่งขันกับบุคคลอื่น โดยการทำให้ความสำเร็จของตนเองเกิดขึ้นบนความล้มเหลวของคู่แข่งขัน เช่น เทนนิส มวย มวยปล้ำ ฟันดาบ และกีฬาประเภททีม (Team Sports) ทุกชนิด
2. การแข่งขันโดยอ้อม (Indirect Competition) หมายถึง สถานการณ์ที่บุคคลแข่งขันเพื่อความสำเร็จกับคู่แข่งขันที่ไม่ใช่บุคคล (Non Personal) ได้แก่ การที่บุคคลพยายามแข่งขันกับมาตรฐานสถิติหรือความสำเร็จของตัวเองที่ผ่านมา การแข่งขันในลักษณะนี้อาจเรียกว่าเป็นการแข่งขันกับตัวเอง การแข่งขันโดยอ้อมนั้นเป็นการพยายามแสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของบุคคล การแข่งขันที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันโดยอ้อม ได้แก่ การปีนเขา การวิ่งไปตามลักษณะตามธรรมชาติ (Cross Country Run) การแข่งขันยกน้ำหนักที่พยายามทำลายสถิติเดิมของตนเอง เป็นต้น นอกจากนี้ มอลพาส (Malpass, 1962) กล่าวว่า การเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาของมนุษย์ในสังคมปัจจุบันมีความมุ่งหวังอยู่ 2 ประการคือ เพื่อความเป็นเลิศ (Excellence) และ เพื่อชัยชนะ (Winning) แล้วแต่บุคคลใดจะให้ความสำคัญต่อสิ่งใดมากกว่ากัน ในการแข่งขันโดยตรง สิ่งที่จูงใจหรือผลักดันให้บุคคลเข้าร่วมการแข่งขันโดยตรงก็คือ ชัยชนะเหนือแข่งขัน มากกว่าที่จะแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศ ซึ่งแตกต่างกันกับการแข่งขันโดยอ้อมที่คำนึงถึงความเป็นเลิศ เป็นสำคัญ
ลัสเซ็น (Luschen, 1970) กล่าวว่า การแข่งขันกีฬามีสภาพเป็นการแข่งขันแบบชัยชนะบนความพ่ายแพ้เสมอ คือการแข่งขันจะต้องมีคนชนะและมีคนพ่ายแพ้ ถ้าคนหนึ่งชนะ อีกคนจะต้องพ่ายแพ้ และได้กล่าวต่อไปว่า ผลรวมของการแข่งขันในลักษณะนี้มีค่าเท่ากับศูนย์เสมอ ซึ่งเรียกการแข่งขันแบบนี้ว่าเป็นการแข่งขันแบบ Zero-Sum Type Competition ในทางตรงกันข้าม การแข่งขันอีกแบบหนึ่งหรือที่ไม่มีผู้ชนะหรือผู้แพ้โดยเฉพาะเรียกว่า การแข่งขันแบบ Non Zero-Sum Type Competition ซึ่งการแข่งขันทั้งสองแบบแตกต่างกันตรงที่ การตีความ การให้ความหมายของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน ถ้าความสำเร็จหมายถึง ชัยชนะ ก็จะจัดเป็นการแข่งขันแบบ Zero-Sum Type Competition แต่ถ้าความสำเร็จที่ได้รับจากการแข่งขันนั้นเป็นความสนุกสนาน ความพึงพอใจ การปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น การแข่งขันในลักษณะนี้ก็จะเป็นการแข่งขันแบบ Non Zero-Sum Type Competition
จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่า การแข่งขันกีฬา หมายถึง สถานการณ์การแข่งขันหรือการต่อสู้ระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ร่วมมือกันเพื่อชัยชนะ เพื่อความเป็นเลิศ และเพื่อผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งที่มากกว่ากับคู่แข่งขันที่เป็นบุคคลและไม่ใช่บุคคล โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การแข่งขันโดยตรง และการแข่งขันโดยอ้อม
ในปัจจุบันการกีฬาเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่ามีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตและสังคมมนุษย์เป็นอย่างมาก การยอมรับดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับบุคคลทุกระดับ ดังเช่น กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้พระราชทาน ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร ความตอนหนึ่งว่า (น้อม สังข์ทอง, 2531) “การกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกคนจะขาดเสียมิได้ แม้จะไม่ใช่ผู้เล่น ก็ควรเป็นผู้สนับสนุน” นอกจากการกีฬาจะมีความสำคัญต่อชีวิตของบุคคลแล้ว การกีฬายังมีความสำคัญต่อสังคมมนุษย์ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นสังคมขนาดเล็ก เช่น ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือจะเป็นสังคมขนาดใหญ่ เช่น สังคมระดับประเทศก็ตาม จะเห็นได้จากการที่ผู้นำหรือประมุขของประเทศต่าง ๆ ที่มีศักยภาพทางการเมือง ทางด้านบุคลากรและทางด้านเศรษฐกิจค่อนข้างสูง พยายามเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาที่สำคัญ ๆ เช่น ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ และการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยกันทั้งนั้น ทั้งนี้เพราะว่า การได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาที่สำคัญ ๆ เช่นนั้นย่อมส่งผลกระทบในทางที่ดีต่อประเทศชาติในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม เศรษฐกิจหรือทางด้านการเมือง และเป็นการวัดความเจริญก้าวหน้า ศักยภาพของประชากร วัฒนธรรม และเทคโนโลยีของประเทศนั้น ๆ ด้วย สำหรับประเทศไทยนั้น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ (เปรม ติณสูลานนท์, 2524) ประธานองคมนตรี รัฐบุรุษ และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 14 ว่า การกีฬาเป็นการบริหารร่างกายให้มีสุขภาพพลานามัย แข็งแรง และเสริมสร้างให้เป็นผู้มีจิตใจแจ่มใส อดทน กล้าหาญ รู้แพ้รู้ชนะและรู้อภัย ส่งเสริม ความสมัครสมานสามัคคี กลมเกลียวระหว่างหมู่คณะ บุคคลใดที่มีจิตใจเป็นนักกีฬา บุคคล นั้นย่อมเป็นผู้มีคุณค่า อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า สืบไป นอกจากนั้น แบบอน เดอ คูแบร์แตง ผู้ให้กำเนิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่ มีความเชื่อว่าการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเพื่อหาหนทางในการส่งเสริมความมีน้ำใจของนักกีฬาเพื่อสันติภาพ ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างเชื้อชาติต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อให้นักกีฬาได้ฝึกฝนจนมีความสมบูรณ์ยอดเยี่ยมที่สุด แต่ที่สำคัญสำหรับนักกีฬาคือ ความพึงพอใจจากการเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่าได้รับเหรียญทองแห่งชัยชนะ (จรวยพร ธรนินทร์, 2533) กิจกรรมกีฬานั้นมีหลายลักษณะคือ กีฬาเพื่อสุขภาพพลานามัย เช่น การวิ่งเพื่อสุขภาพ การเล่นกายบริหาร และอีกในลักษณะหนึ่งคือ กีฬาเพื่อการแข่งขัน ซึ่งกีฬาลักษณะหลังนี้เองที่เปิดโอกาสให้กับบุคคลที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะผู้สนับสนุน ผู้ชม และผู้ติดตาม ซึ่งทำให้การกีฬามีผลกระทบต่อสังคมมนุษย์มากขึ้น สำหรับนักกีฬาเองนั้น การแข่งขันดูเหมือนว่าจะมีอิทธิพลในแง่แรงจูงใจ เพื่อให้มานะพยายามที่จะฝึกซ้อมมากขึ้น ดังที่ สำอาง พ่วงบุตร (2523) กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาเป็นเรื่องของการประลองความสามารถทางด้านกีฬาของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีระเบียบ กฎกติกา เป็นเครื่องมือกำหนดพฤติกรรมภายในสนามแข่งขัน และวีระพงษ์ บางท่าไม้ (2524) กล่าวถึงความต้องการของบุคคลในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาไว้ว่า เมื่อคนเราหัดเล่นกีฬาจนเกิดความชำนาญสักระยะหนึ่ง จะเกิดความต้องการเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อแสดงความสามารถของตนเอง และเป็นการเปรียบเทียบความสามารถของตนเองกับของผู้อื่น นอกจากนั้นการแข่งขันกีฬายังให้ความตื่นเต้น สนุกสนาน ทั้งผู้เข้าแข่งขันและผู้ชม ดังจะเห็นได้จากจำนวนผู้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬา ทั้งที่เป็นผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมมีมากขึ้น ตามลำดับ
จากที่ได้กล่าวมา เชื่อได้ว่ากิจกรรมการแข่งขันกีฬามีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติทุกระดับ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา โดยไม่มีการจำกัดอาณาเขต นอกจากนั้นยังเชื่อว่า กิจกรรมการแข่งขันกีฬา เป็นกิจกรรมที่บุคคลต้องการแสดงความสามารถของตนเองและเป็นการเปรียบเทียบความสามารถของตนเองกับผู้อื่นในสถานการณ์การแข่งขันที่มีระเบียบกฎกติกา เป็นตัวกำหนดให้พฤติกรรมของผู้เข้าแข่งขันเป็นไปในทางสร้างสรรค์ ยิ่งกว่านั้นกิจกรรมการแข่งขันกีฬายังสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม ซึ่งไม่ได้เป็นนักกีฬาได้อีกด้วย จึงเป็นหน้าที่ ขององค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการแข่งขันกีฬาในทุกระดับ (ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ) จัดการแข่งขันเพื่อตอบสนองแนวความเชื่อพื้นฐานที่เป็น ความจริงในเชิงของปรัชญาการแข่งขันกีฬาดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพและมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมกับผู้เข้าแข่งขันทุกคน ทุกฝ่าย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา โดยไม่มีการจำกัดอาณาเขตหรือพรมแดน แม้ว่าในโลกของความเป็นจริง โลกถูกแบ่งแยกเป็นคนต่างเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา แต่ในโลกของกีฬาทุกคนเหมือนกันและเท่าเทียมกันหมด ดังจะเห็นได้จากมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวโลก คือ โอลิมปิกเกมส์ที่พยายามเน้นเรื่องสันติภาพ เสรีภาพและความทัดเทียมกันของมนุษย์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยใช้กิจกรรมการแข่งขันกีฬาเป็นสื่อกลาง
อุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ในแต่ละยุคแต่ละสมัย อาจจะเหมือนกันหรืออาจจะแตกต่างกันไปตามอุดมการณ์ของฝ่ายจัดการแข่งขันและอุดมการณ์ของผู้เข้าร่วมแข่งขันเป็นสำคัญ ทั้งนี้จะเห็นได้จากอุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยโบราณที่ต้องการให้นักกีฬาบรรลุเป้าหมายของการแข่งขัน 3 ประการคือ เร็วกว่า สูงกว่า และแข็งแรงกว่า แต่อุดมการณ์ของการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ แบรอน เดอ ดูแบร์แตง ได้กล่าวว่า “สิ่งสำคัญของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ไม่ใช่อยู่ที่ชัยชนะ แต่อยู่ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตมิใช่อยู่ที่ชัยชนะ แต่อยู่ที่การต่อสู้ที่ดีที่สุด” (จรินทร์ ธานีรัตน์, 2527) ส่วนอุดมการณ์ที่แท้จริง ของการแข่งขันกีฬามีจุดเน้นอยู่ 2 ประการคือ “สุขภาพและมิตรภาพ (Health and Friendship) ของบุคคลทั้งผู้เล่นและผู้ชม ในปัจจุบันอุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาในส่วนของนักกีฬา ผู้ฝึกสอนและองค์กร ที่ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันจะเน้นเรื่องชัยชนะ ความเป็นเลิศหรือเพื่อผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งที่มากกว่า ถ้าถามว่าทำไมนักกีฬาต้องการชัยชนะ เพราะถ้าได้รับชัยชนะจากการแข่งขันจะได้ผลตอบแทนหรือส่วนแบ่งที่มากกว่า เช่น เงิน ทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ รางวัลและสถานภาพทางสังคม เมื่อสิ่งเหล่านี้เข้ามามีบทบาทกับการแข่งขันกีฬา ทำให้อุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาระดับต่าง ๆ ในปัจจุบันแตกต่างไปจากสมัยโบราณค่อนข้างมาก ซึ่งการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ ถ้าประเทศใดได้รับชัยชนะหรือชนะเลิศจากการเข้าร่วมการแข่งขันจะเป็นการประกาศให้ผู้อื่นทราบถึงศักยภาพของประชากร ความเจริญก้าวหน้าทางวัฒนธรรม และเทคโนโลยีของประเทศนั้น ๆ ด้วย อย่างไรก็ตามการจัดการแข่งขันกีฬาระดับต่าง ๆ ก็ยังคงยึดถืออุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาที่แท้จริงคือ สุขภาพและมิตรภาพของผู้เข้าร่วม ทั้งที่เป็นผู้เล่น ผู้ชมและผู้สนับสนุนเป็นสำคัญ จากอุดมการณ์การแข่งขันกีฬาที่กล่าวมาแล้ว มีปัญหาอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้อุดมการณ์ของผู้เล่น ผู้ชมและผู้สนับสนุน บรรลุตามเป้าหมายที่พวกเขาต้องการ และที่สำคัญต้องให้บรรลุถึงอุดมการณ์ที่แท้จริงของการแข่งขันกีฬาด้วย คือสุขภาพและมิตรภาพ คำตอบก็คือฝ่ายที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นองค์กรภายในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน จะต้องจัดกระบวนการจัดการแข่งขันที่ดีมี ประสิทธิภาพ บริสุทธิ์และยุติธรรม ทั้งนี้เพราะกระบวนการจัดการแข่งขันที่ดี มีประสิทธิภาพ บริสุทธิ์และยุติธรรม จะช่วยให้อุดมการณ์ของผู้เข้าร่วมแข่งขันบรรลุตามเป้าหมายได้ และจะนำมาซึ่งมิตรภาพ สันติภาพและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งนี้ เพราะมิตรภาพ สันติภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะเกิดมาจาก กระบวนการจัดการแข่งขันที่ดี มีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วยส่วนหนึ่ง
การแข่งขันกีฬา หมายถึง สถานการณ์การแข่งขันหรือการต่อสู้ระหว่างบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลที่ร่วมมือกันเพื่อชัยชนะ เพื่อความเป็นเลิศ และเพื่อผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งที่มากกว่า กับคู่แข่งขันที่เป็นบุคคลและไม่ใช่บุคคล โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1) การแข่งขันโดยตรง หมายถึงสถานการณ์การแข่งขันที่บุคคลทำการแข่งขันกับบุคคลอื่น โดยการทำให้ความสำเร็จของตนเองเกิดขึ้นบนความพ่ายแพ้ของแข่งขันหรือคู่ต่อสู้ เช่น เทนนิส มวย ฟุตบอล เป็นต้น 2) การแข่งขันโดยอ้อม หมายถึง สถานการณ์การแข่งขันที่บุคคลแข่งขันหรือต่อสู้ เพื่อความสำเร็จกับคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช่บุคคล ได้แก่ การที่บุคคลพยายามแข่งขันกับมาตรฐานสถิติ หรือความสำเร็จของตัวเองที่ผ่านมา เป็นต้น ในปัจจุบัน แม้ว่าจากความหมายของการแข่งขันกีฬา เป้าหมายของการแข่งขัน เพื่อต้องการชัยชนะ ต้องการความเป็นเลิศและต้องการผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งที่มากกว่า ก็ตาม แต่ในความเชื่อพื้นฐานแห่งอุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาที่แท้จริง ยังต้องการเน้น ให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามี “สุขภาพและมิตรภาพ” ที่ดีต่อกันอยู่เสมอ ดังจะเห็นได้จาก อุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่ หรืออุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน เกมส์ ครั้งที่ 13 “บางกอกเกมส์” ที่กล่าวว่า “มิตรภาพไร้พรมแดน” (Friendship Beyond Frontiers) ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นอุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาที่แท้จริง ปัญหามีอยู่ว่า จะทำอย่างไรให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนดำเนินการแข่งขันกีฬาเป็นไป อย่าง บริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นไปตามเป้าหมายและความเชื่อพื้นฐานแห่งอุดมการณ์นั้น วิธีการหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันก็คือ การจัดการแข่งขันที่ดี มีประสิทธิภาพ มีความยุติธรรมกับทุกคน ทุกฝ่าย โดยมีกฎกติกา ระเบียบการแข่งขัน และมีข้อบังคับ ไม่ให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทำผิดหรือเอารัดเอาเปรียบคู่แข่งขัน การจัดการแข่งขันกีฬาที่ดีจะสามารถพัฒนาคนให้เป็นผู้รู้จักแพ้-ชนะ รู้จักอภัย มีวินัย เคารพผู้อื่น และการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี จนสามารถประยุกต์สถานการณ์การแข่งขันกีฬาไปใช้ในการดำรงชีวิตจริงในสังคมได้อย่างมีความสุข